บทที่ 14 ตอนที่ 14 เธอไม่มาแล้ว
ตอนที่ 14 เธอไม่มาแล้ว
สามวันต่อมา / คอนโดเฟรย์
หลังจากวันนั้น เฟรย์ก็ไม่ได้ไปที่โรงพยาบาลอีกเลย เธอยังยกเลิกเรื่องที่จะไปฝึกงานที่นั่นด้วย เพราะไม่อยากเจอหน้าเขา แม้ว่าจะไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ แต่ว่าคุณจิตราก็สืบจนรู้เรื่อง และยังโทรไปต่อว่าหมอภูมิเรื่องนี้ด้วย
“ไม่รู้แหละตาภูมิ แกรีบไปขอโทษหนูเฟรย์เลยนะ รายชื่อนักศึกษาที่ส่งมา ไม่มีชื่อหนูเฟรย์ แม่ว่าเป็นเพราะเรื่องนี้แน่นอน”
“โธ่แม่ครับ เธออาจจะไปฝึกงานที่อื่น ที่ตรงสายของเธอมากกว่าก็ได้นะครับ ทำไมเอาทุกอย่างมาโทษผมคนเดียวแบบนี้ละครับ”
“เป็นไปไม่ได้! อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะตาภูมิ เรื่องที่แกตะคอกใส่น้องเมื่อหลายวันก่อนน่ะ กะอีแค่น้องไม่รู้ ก็ควรจะเตือนดี ๆ สิ ไปตะคอกใส่น้องแบบนั้นทำไมกัน”
“แม่ครับก็ผมไม่ชอบให้ใครเอาอาหารเข้ามาในห้อง แม่ก็รู้นี่ครับ”
“แม่รู้แต่หนูเฟรย์ไม่รู้นี่ อีกอย่างแกไม่ได้ถามเหรอว่า ทำไมวันนั้นจู่ ๆ เฟรย์ถึงได้เอากล่องข้าวเข้าไปได้ ปกติเธอไม่ใช่คนไร้มารยาท ที่จะทำแบบนั้น แกไม่สงสัยเรื่องนี้บ้างเหรอภูมิ”
“ผม…”
หมอภูมิยอมรับว่า เขาไม่ได้สนใจคู่หมั้นของตัวเองอีกเลย หลังจากที่ผ่านพิธีหมั้นมาแล้ว ตอนนี้หุ้นของบริษัทของเขากับพ่อของเธอที่ร่วมทุนกัน กำลังมีมูลค่าสูงในตลาดและติดอันดับบริษัทที่น่าสนใจในการลงทุน และเขาสามารถกำจัดผู้หญิงที่เคยวุ่นวายในชีวิตออกไปได้ ในงานหมั้นครั้งนั้นแค่ครั้งเดียว นี่ถือเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับเขา ที่จะได้หันกลับมาทำงานหมอได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่า…
“แกรีบย้ายเข้าไปที่คอนโดเลยนะ! แม่จะโทรหาเฟรย์เอง ดูสิว่าน้องจะย้ายไปเมื่อไหร่”
“แม่ครับแต่ว่าผมไม่ชอบอยู่ร่วมห้องกับใคร แม่ก็รู้นี่”
“ถ้าแกไม่ย้ายไปอยู่กับหนูเฟรย์ เรื่องหุ้นกับตำแหน่ง ก็อย่าหวังว่าพ่อแกจะตกลง แค่นี้แหละ”
แม่ของเขากวางสายไปแล้ว ด้านคุณหมอหนุ่มก็เริ่มเดือดดาลขึ้นมาทันที
“โธ่เว้ย! อะไรวะเนี่ย”
“เป็นอะไรไปวะหมอภูมิ โมโหอะไรแต่เช้า คงไม่ได้โกรธฉันหรอกนะ ที่ให้นายช่วยเคสยากสองเคสเมื่อวานจนกลับดึกน่ะ”
หมอวัตเดินเข้ามาในห้องของเขา ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ หลังจากกำจัดกลิ่นอาหารไปหมดแล้ว
“เปล่าหรอก นายมีอะไรแต่เช้าล่ะ”
“เอาเอกสารของเด็กฝึกงานมาให้ เห็นว่าอีกสองเดือนจะมาฝึกงานกันแล้ว ก็เลยให้นายเซ็นน่ะ แผนกละสามคน”
“นายเลือกเถอะ เซ็นแทนฉันไปได้เลย”
“เฮ้ย ไม่ได้สิ คุณนายท่านประธานบอกเองว่า จะต้องให้คู่หมั้นนายมาอยู่ที่แผนก เรื่องนี้ต้องให้นายที่เป็นหัวหน้าแผนกเซ็นเอง ฉันก็เลยเอาเอกสารมาให้”
“แม่ฉันบอกว่าเธอไม่มาแล้ว”
“อะไรนะ นายบอกว่าไม่มาแล้วงั้นเหรอ”
“อืม เห็นว่าขอไปฝึกที่อื่น ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องวุ่นวายอีก”
“นายไม่คิดบ้างเหรอว่า เรื่องนี้มันแปลก ๆ”
“แปลกยังไง”
“เธอเคยมาที่นี่หรือเปล่า หรือว่าการมาวันนั้น เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่”
“ฉันไม่รู้ นายถามทำไม”
“อ้าว ปกติทุกคนในแผนกก็ต้องรู้สิว่า นายสั่งห้ามเอาอาหารทุกชนิดเข้ามาในนี้ ถ้ามีคนบอกเธอในวันนั้น ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น นอกจากว่าเธอจะไม่รู้ และมีคนจงใจให้เธอเข้ามารอนายอยู่ที่นี่ไงล่ะ”
หมอภูมิยอมรับว่า เขาไม่คิดจะสืบเลยว่าทำไมจู่ ๆ เฟรย์ถึงได้เข้ามานั่งรออยู่ที่ห้องของเขา เพราะคิดว่าแม่ของเขาน่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่พอแม่ของเขาโทรมาต่อว่า และเพื่อนหมอของเขาตั้งข้อสังเกต ก็ทำให้เขาฉุกคิดได้
“นั่นสินะ เธอไม่เคยมาที่นี่ แต่ช่างเถอะ เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย ก็แค่คู่หมั้นที่พ่อแม่หาให้”
“แต่นายอย่าลืมสิว่า ถ้าสามเดือนนายทำตัวไม่ดี และเธอขอถอนหมั้นเพราะกลัวขึ้นมา หุ้นและตำแหน่งก็หลุดไปเหมือนกันนะ ความพยายามที่อุตส่าห์ทำมา กับตบฉาดใหญ่ในงานหมั้น จะเสียเปล่าทั้งหมดเลย นายยอมได้จริงเหรอ อีกอย่างยังมีทุนวิจัยที่ขอไปอีก ไม่เอาแล้วจริงเหรอ”
หมอวัตเป็นเพื่อนสนิทคนเดียว ที่เขาเชิญไปงานหมั้น เขายังรับหน้าที่เป็นพิธีกรให้ด้วย และเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างในวันนั้น
“ฉันไม่ชอบง้อผู้หญิง”
“ก็ยังไม่ต้องรีบ หาความจริงก่อนดีกว่าว่า วันนั้นจริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ค่อยคิดเรื่องวิธีง้อเธอก็ยังไม่สายไปหรอก”
“เรื่องเกิดมาตั้งหลายวันแล้ว เสียเวลาน่า ก็แค่ซื้อดอกไม้ไปง้อสักช่อ ก็คงหายแล้วมั้ง”
“เหรอ คิดว่าเธอง้อง่ายขนาดนั้นเชียว ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไป ก็อาจจะได้ผล แต่กับผู้หญิงที่กล้าตบนายต่อหน้าคนเป็นร้อยอย่างคู่หมั้นคนนี้ ฉันไม่แน่ใจเลยว่ะ”
“ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แค่ง้อจะไปยากอะไรล่ะ แค่โทรไปง้อนิดหน่อย เธอก็หายโกรธแล้ว”
